ชวนสำรวจเทคโนโลยีรีไซเคิลในไทย มีอะไรอัปเดตใหม่-แนวโน้มต่อไปเรื่องไหนน่าจับตา? (ที่มา เดลินิวส์)

20 มีนาคม 2568

สำรวจเทคโนโลยีรีไซเคิลไทย มีตัวไหนมาใหม่ น่าสนใจอย่างไร รวมถึงแนวโน้มในอนาคตจะเป็นไปในทิศทางไหนบ้าง?

ในวันที่ 18 มีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็น ‘วันรีไซเคิลเดย์’ นั้น ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราทุกคนจะได้หันมาทบทวนและตระหนักถึงความสำคัญของการลดปริมาณขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดการขยะพลาสติกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการรีไซเคิลวัสดุอื่นๆ อย่างหลากหลาย เช่น กระดาษ แก้ว โลหะ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการคัดแยกและแปรรูปขยะ ช่วยให้เราสามารถนำวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด

 

เทคโนโลยีรีไซเคิลในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน ดังนี้

1. เทคโนโลยีการจัดการขยะพลาสติก

  • การรีไซเคิลเชิงกล (Mechanical Recycling) เป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยนำพลาสติกที่ใช้แล้วมาบด ล้าง และหลอมเพื่อผลิตเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม
  •  
  • การรีไซเคิลขั้นสูง (Advanced Recycling) เป็นกระบวนการที่ใช้เคมีและความร้อนเพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตพลาสติกใหม่ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลใหม่ได้
  •  
  • การแปรรูปขยะพลาสติกสู่น้ำมันแนฟทา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลขยะพลาสติกที่มีพีวีซีปนเปื้อนด้วยกระบวนการซูปเปอร์ออกไซด์ เพื่อผลิตน้ำมันแนฟทา (Naphtha) สำหรับอุตสาหกรรมเคมี ของบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) บริษัท พลาสติกแบ๊ค (Plastic Back) จากอิสราเอล และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติจากทั้งสองประเทศ นวัตกรรมดังกล่าวถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการกำจัดขยะพลาสติกที่มีพีวีซีปนเปื้อน ซึ่งยากต่อการจัดการ อีกทั้งยังสามารถนำน้ำมันที่ได้มาใช้ทดแทนแนฟทาจากฟอสซิลที่มีราคาสูง
  •  
  • การอัพไซเคิล (Upcycling)เป็นแนวคิดที่เน้นการนำขยะพลาสติกมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า หรือของตกแต่งบ้าน ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการลดขยะและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
  •  

2. เทคโนโลยีการจัดการขยะอินทรีย์

  • การผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas Production) เป็นกระบวนการนำขยะอินทรีย์มาย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ เทคโนโลยีนี้ได้รับการนำไปใช้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์และผลิตพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  •  
  • การทำปุ๋ยหมัก (Composting) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญในการจัดการขยะอินทรีย์ โดยเป็นการนำขยะอินทรีย์มาย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจน เพื่อผลิตปุ๋ยหมักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงสำหรับการเกษตร วิธีนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบ และยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ทำให้การเกษตรมีความยั่งยืนมากขึ้น
  •  

3. เทคโนโลยีการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste)

  • การรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycling and Reuse) ซึ่งเป็นกระบวนการแยกชิ้นส่วนที่มีค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ทองแดง เงิน และทองคำ แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่และการผลิตวัสดุใหม่
  •  
  • การสกัดโลหะมีค่า (Precious Metal Extraction) เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผงวงจรคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ กระบวนการนี้ใช้สารเคมีในการสกัดโลหะมีค่าออกมา ซึ่งช่วยให้การรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถนำโลหะมีค่ากลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า
  •  

4. เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากขยะ

  • เทคโนโลยีเตาเผาขยะ (Incineration) เป็นกระบวนการที่ใช้ความร้อนจากการเผาขยะเพื่อผลิตพลังงานความร้อน ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เทคโนโลยีนี้ได้รับการนำมาใช้ในบางพื้นที่ของประเทศไทยแล้ว ถือเป็นวิธีการที่ช่วยลดปริมาณขยะและสร้างพลังงานไปพร้อมกัน
  •  
  • เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะ (Landfill Gas to Energy) เป็นการนำก๊าซชีวภาพที่เกิดจากการย่อยสลายขยะในหลุมฝังกลบมาผลิตพลังงานไฟฟ้า วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน
  •  
  • เทคโนโลยีผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) เป็นการนำขยะมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF ที่สามารถใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในโรงงานอุตสาหกรรม
  •  
  • เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำขยะมาผ่านกระบวนการคัดแยกและแปรรูปให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพ

..................................

 

แนวโน้มในอนาคตของเทคโนโลยีรีไซเคิล สำหรับประเทศไทย มีทิศทางที่ชัดเจนในการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้

 

  • การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ในการคัดแยกขยะ: เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการคัดแยกขยะ ทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  •  
  • การพัฒนาวัสดุใหม่จากขยะรีไซเคิลที่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น: การวิจัยและพัฒนาวัสดุใหม่ๆ จากขยะรีไซเคิลจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับขยะและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  •  
  • การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ครบวงจรและยั่งยืนยิ่งขึ้น: การพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น
  •  
  • การใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อติดตามการรีไซเคิลและเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการ: เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้สามารถตรวจสอบและติดตามกระบวนการรีไซเคิลได้อย่างโปร่งใส สร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบรีไซเคิล

เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ การสนับสนุนและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/4510161/